การปลูกฟักทอง

ฟักทองเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจของไทยที่นิยมปลูกกันมากในภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคเหนือ เนื่องจากเนื้อฟักทองสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารได้หลายชนิดทั้งความและหวาน นอกจากเนื้อฟักทองแล้ว เมล็ดและยอดของฟักทองยังเป็นที่นิยมนำไปประกอบอาหารเช่นกัน นับได้ว่าแทบทุกส่วนของฟักทองนั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น สายพันธ์ของฟักทองมีมากมายไม่ว่าจะเป็น ฟักทองสำหรับบริโภคเมล็ด ฟักทองสำหรับบริโภคเนื้อ ฟักทองสำหรับใช้ในการตกแต่ง และฟักทองยักษ์ เป็นต้น แต่สายพันธุ์ที่นิยมเพาะปลูกกันมากในประเทศไทยจะเป็นฟักทองสำหรับบริโภคเนื้อมีเปลือกสีเขียวคล้ำ และปัจจุบันหลายๆบริษัทได้พยายามพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ฟักทองมีเนื้อแน่น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกรและผู้บริโภค

 
การคัดเลือกสายพันธุ์
ปัจจุบันมีเมล็ดพันธุ์ฟักทองวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดเป็นจำนวนมาก การคัดเลือกสายพันธ์สำหรับการเพาะปลูกนั้นควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพดินและสภาพภูมิประเทศ บางสายพันธุ์เหมาะสำหรับเพาะปลูกในพื้นที่ที่มีดินทราย บางสายพันธุ์เหมาะสำหรับเพาะปลูกในพื้นที่ที่มีดินร่วนปนดินทราย เพราะฉะนั้นเราควรตรวจสอบสภาพดินเสียก่อน แล้วจึงนำข้อมูลไปปรึกษาผู้จำหน่ายเมล็ดพันธ์ุ

 
สายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมในประเทศไทย

  • พันธุ์ศรีเมือง
  • พันธุ์ลายข้าวตอก
  • พันธ์ทองอำพัน
  • พันธ์ทองอำไพ
  • พันธุ์ศิลาทอง
  • พันธุ์ทองคำ

 
การคัดเลือกสายพันธุ์
ปัจจุบันมีเมล็ดพันธุ์ฟักทองวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดเป็นจำนวนมาก การคัดเลือกสายพันธ์สำหรับการเพาะปลูกนั้นควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพดินและสภาพภูมิประเทศ บางสายพันธุ์เหมาะสำหรับเพาะปลูกในพื้นที่ที่มีดินทราย บางสายพันธุ์เหมาะสำหรับเพาะปลูกในพื้นที่ที่มีดินร่วนปนดินทราย เพราะฉะนั้นเราควรตรวจสอบสภาพดินเสียก่อน แล้วจึงนำข้อมูลไปปรึกษาผู้จำหน่ายเมล็ดพันธ์ุ

 
ปลูกฟักทองช่วงไหนดี
ฟักทองจะเจริญเติบโตได้ดีในตอนกลางวันที่อุณหภูมิระหว่าง 18-30 °C และในตอนกลางคืนที่อุณหภูมิ 18 °C ไม่ทนต่อสภาพอากาศหนาว ฟักทองจะชะงักการเจริญเติบโตหากมีอุณหภูมิต่ำกว่า 10 °C จากข้อมูลข้างต้นจะพบว่าประเทศไทยสามารถเพาะปลูกฟักทองได้ทุกฤดูกาล ดังนั้นการเลือกเวลาที่เหมาะสมในปลูกควรเลือกจากปัจจัยอื่น เช่น การลดต้นทุนหรือความต้องการของตลาด การลดต้นทุนนั้นนิยมปลูกในช่วงฤดูฝนตั้งแต่กรกฎาคมเป็นต้นไปเนื่องจากฟักทองเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ส่วนปัจจัยทางด้านการตลาด สำหรับเกษตรกรที่ปลูกฟักทองเพื่อส่งออกไปยังประเทศฝั่งยุโรป ควรปลูกในช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน เพื่อให้ได้ผลผลิตในช่วงเดือนตุลาคม เนื่องจากในช่วงเดือนนี้มีเทศกาลวันฮาโลวีนจึงทำให้ฟักทองมีราคาสูง

 
การเตรียมพื้นที่เพื่อปลูกฟักทอง

  • ตรวจสอบสภาพดินให้ที่มีค่า pH อยู่ระหว่าง 5.5 ถึง 6.8
  • ใช้เมล็ดพันธุ์ 1 กระป๋องต่อ 1 ไร่
  • ขุดหลุมหยอดเมล็ด 3-5 เมล็ดหรือนำต้นกล้าที่เพาะไว้ลงปลูก โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร หากพื้นที่เป็นดินที่ขาดธาตุอาหารให้ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกรองก้นหลุม
  • หลังจากปลูกประมาณ 40-50 วัน จะถึงฤดูกาลที่ฟักทองทำผสมเกสร ในช่วงนี้ควรช่วยผสมเกสรเพื่อช่วยให้ฟักทองมีโอกาศติดผลมากขึ้น โดยการนำเกสรตัวผู้ไปสัมผัสกับเกศรตัวเมีย
  • ใส่ปุ๋ย 10 วันครั้ง เมื่อฟักทองอายุได้ 75-80 วัน (พันธ์ส่วนใหญ่ในไทย) ก็สามารถเก็บผลผลิตได้

 
การให้น้ำฟักทอง
ฟักทองที่ต้องการน้ำมากควรตรวจสอบให้ดินชื้นอยู่ตลอดเวลา แตะไม่ควรแฉะเกินไปซึ่งอาจจะทำให้เกิดโรครากเน่าได้ และควรให้น้ำบริเวณผิวดินเช่น ระบบน้ำหยด เพื่อป้องกันการเกิดโรคทางใบ

 
โรคและแมลง
แมลงศัตรูพืชของฟักทอง ได้แก่ ด้วงเต่าแตง เพลี้ยไฟ และแมลงหวี่ขาว เป็นต้น
โรคที่มักพบบ่อยในฟักทอง ได้แก่ โรคราแป้ง โรคราน้ำค้าง และโรคแอนแทรคโนส เป็นต้น