วิธีทำแกงฟักทอง

ฟักทองนั้นมีประโยชน์มากมายหลากหลาย มีประโยชน์ตั้งแต่ ลำต้น ดอก ใบ และที่สำคัญคือผลของฟักทอง ที่ไม่ว่าจะนำไปประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน ฟักทองก็สามารถที่จะทำได้ทั้งนั้น ซึ่งอยู่ที่เราว่าจะทำมาในรูปแบบไหน ก็ล้วนแล้วแต่จะส่งผลดีต่อผู้ที่รับประทานด้วยกันทั้งสิ้น แกงฟักทองถือว่าเป็นอาหารที่ทุกภูมิภาคนิยมทำกันกันในบ้าน แต่รสชาติอาจจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการปรุงรสของแต่ละท้องถิ่น แต่เชื่อว่าหลายคนคงจะชอบกิน เพราะแกงฟักทองนั้นสามารถที่จะนำไปแกงใส่เนื้อหมูหรือเนื้อไก่ได้ หลายต่อหลายคนอาจจะคิดว่าฟักทองที่นำมาประกอบเป็นอาหารคาวนั้น รสชาติจะต้องหวานเป็นอย่างแน่นอน ซึ่งคนไทยเรานั้นมีความรู้ที่ทำให้แกงฟักทองมีความอร่อย โดยที่ไม่คิดถึงความหวานเลย มาดูส่วนผสมของแกงฟักทองกัน

 
ส่วนผสม

  • พริกแกงคั่วหรือพริกแกงแดง
  • เนื้อหมู
  • พริกสดซอยแฉลบ
  • น้ำปลา
  • น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลทราย
  • น้ำเปล่า
  • กะทิกระป๋องหรือครึ่งกระป๋อง
  • เกลือ
  • ใบโหรพาหรือใบกระเพรา
  • ใบมะกรูดฉีก

วิธีการทำ

  1. นำฟักทองมาปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำ ซึ่งฟักทองนั้นจะต้องเป็นฟักทองที่แก่ ปอกเสร็จแล้วก็นำไปแช่น้ำเปล่าไว้
  2. ล้างเนื้อหมู หั่นบางๆไว้เพื่อที่จะเตรียมแกง
  3. ตั้งหม้อในระดับไฟปานกลาง หรือใช้ไฟอ่อน ไม่ใช้ไฟแรงเกินไป จากนั้นใส่หัวกะทิลงไป นำพริกแกงที่โขลกไว้ใส่ลงไปในน้ำกะทิผัดให้กะทิแตกมัน
  4. สังเกตว่ากะทิกับพริกแกงเริ่มแตกมันแล้วก็นำเนื้อหมูที่เตรียมไว้ผัดลงไปให้พอสุก และใส่ด้วยฟักทองที่เราหั่นเตรียมไว้ เติมน้ำเปล่าลงไปพอให้น้ำท่วมฟักทอง ไม่ควรใส่เยอะเกินไป เพราะจะทำให้แกงมีรสชาติจืด
  5. ปรุงรสตามความเหมาะสม เช่น ใส่เกลือ น้ำปลา และใส่พริกสดที่หั่นเตรียมไว้ลงไป เพื่อเพิ่มสีสันให้ดูน่าทานมากยิ่งขึ้น อาจจะใส่น้ำตาลปี๊ปลงไปเล็กน้อยเพื่อตัดให้รสชาติมีความกลมกล่อมมากขึ้น
  6. ปิดฝาทิ้งไว้อีก 20 -30 นาที ให้ฟักทองสุก โรยหน้าด้วยใบมะกรูดฉีกหรือใบโหรพา เพื่อเพิ่มความหอมของแกง ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยพร้อมรับประทาน