ทำไมคุณถึงไม่ควรกินอาหาร 3 มื้อในหนึ่งวัน

เรามักได้ยินผู้ใหญ่เล่าต่อๆกันมาว่า ควรกินอาหารให้ครบ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ไม่ควรทานอาหารว่างหรือกินจุกจิกเพราะมันไม่ดี และอาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุดของวัน แต่นั่น จริงหรอ? ผมได้ลองหาข้อมูลจากที่ต่างๆเพื่อคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับเรืองนี้ แล้วพบว่า เมื่อไม่นานนี้ Mother Jones นิตยสารชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ได้ตีแผ่ข้อมูลในหัวข้อ “คุณไม่ควรกินอาหาร 3 มื้อ ควรกินเมื่อคุณหิวเท่านั้น” ทำเอาผมถึงกับอึ้ง นี่เราโดนฝรั่งหลอกอีกแล้วหรอเนี่ย จากคราวที่แล้วที่ผมเขียนเรื่องคลอเรสเตอรอลไม่ได้เป็นต้นเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจไว้ โดยเนื่อหานั้นผมจะสรุปไว้ดังนี้

 

สมัยก่อนในช่วงยุคกลางของยุโรป ชาวยุโรปส่วนใหญ่ใช้ชิวิตโดยการกินอาหาร 3 มื้อต่อวัน ส่วนชนเผ่าอื่นๆมักจะกินอาหารไม่เป็นเวลา ด้วยความที่ชาวยุโรปนั้นคิดว่าตัวเองเป็นชนชั้นดีเลิศ เลยมักดูถูกพวกชนเผ่าต่างๆที่กินอาการไม่เป็นเวลานั้นว่าเป็น “บ้านป่าเมืองเถื่อน” ถ้าเปรียบกับประเทศไทย ก็คงที่ดูถูกกันว่า “บ้านนอก” นั่นเอง ในเวลาต่อมาชนเผ่าเหล่านี้ไม่อยากโดนดูถูกก็เลยกินอาหาร 3 มื้อตามยุโรป เพื่อที่จะยกระดับตัวเอง และมันก็ได้ลามไปทั่วโลกจนตอนนี้ประเทศต่างๆเข้าใจกันไปว่ากินอาหาร 3 มื้อแล้วดีเพราะยุโรปบอกว่าดี สรุปก็คือ การกินอาหาร 3 มื้อต่อวันนั้นเกิดมาจาก การแบ่งชนชั้นของคนเรานั่นเอง

 

ส่วนเรื่องอาหารเช้านั่น เดิมทีในอดีตชาวอเมริกันส่วนใหญ่นิยมทานเนื้อสัตว์เป็นอาหารเช้า แต่ในปี 1897 ได้มีการผลิต “คอร์นเฟลก” ออกมาซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ของการดูแลสุขภาพ ทางสมาคมผู้ปลูกผลไม้เล็งเห็นถึงโอกาส จึงไปจับมือกับเหล่าผู้ผลิตคอร์นเฟลกซะเลย เพื่อที่จะได้ขายผลผลิตของตนไปด้วย เช่น น้ำผลไม้ โดยใช้แคมเปญโฆษณาว่า “อาหารมื้อเช้าสำคัญที่สุดของวัน” พูดง่ายก็คือเหล่าผู้ผลิตต่างๆร่วมมือกันโฆษณาเพื่อให้สินค้าของตัวเองขายดีขึ้น และซึมซับไปยังผู้บริโภคจนถึงทุกวันนี้

 

ในปี 2014 งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารคลินิกโภชนาการของสหรัฐอเมริกา พบว่าการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยให้เผาผลาญแคลอรี่ได้เร็วขึ้น ถึงจะเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน แต่ไม่ได้ให้พลังงานที่เพียงพอต่อการทำงานทั้งวัน เหมือนที่เข้าใจกันมา

 

ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนการรับประทานอาหารเช้า กลางวันและเย็น ในขณะที่เรายังไม่หิวอาจจะสร้างความเสียหายต่อสุขภาพ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการอาหารไม่ย่อยหรือโรคกระเพราะ เนื่องจากคนเราใช้พลังงานไม่เท่ากัน ควรกินอาคารเมื่อหิวเท่านั้น โดยกินในปริมาณที่ปานกลางไม่อิ่มจนเกินไป และควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์

 

ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำว่าผู้ที่เป็นโรคกระเพราะควรเปลี่ยนจากทานอาหาร 3 มื้อ เป็น 5-6 มื้อ และให้ทานอาหารในแต่ละมือที่ปริมาณน้อยๆ แต่ทานบ่อยๆ

 

มหาวิทยาลัย Similar University of Alabama ได้ทำการวิจัยแล้วพบว่า การรับประทานอาหารเช้าหรือไม่ ไม่ได้มีผลที่แตกต่างกันในการลดน้ำหนักสำหรับผู้ที่พยายามลดน้ำหนักเลย

 

สรุปคือ ควรกินอาหารเมื่อหิวเท่านั้น โดยกินในปริมาณที่ปานกลางไม่อิ่มจนเกินไป และควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะคนแต่ละคนใช้พลังงานไม่เท่ากัน บางคนทำงานทั้งวัน บางคนนอนทั้งวัน ซึ่งประเภทที่ 2 นี้หากทานครบทั้ง 3 มื้อก็จะได้รับพลังงานเกินความจำเป็นทำให้เกิดผลเสียแก่ร่างกายได้

 

สงสัยมานานว่าทำไม พระฉันแค่มื้อเดียวเองแต่ร่างกายยังแข็งแรงไร้โรคภัย